วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง คลองน้ำแร่ ระนอง

เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84พรรษา ระหว่างวันที่ 15-23 พฤศจิกายน 2554 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ คลองบางริ้น จังหวัดระนอง

52
บางริ้น เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอเมืองระนอง ในสมัยก่อนถ้าใครขับรถเข้าสู่ตัวเมืองระนอง ในเวลาค่ำคืน ผ่านเข้ามาถนนเพชรเกษม บริเวณ ตำบลบางริ้น สองข้างทางจะเห็นไฟสว่างไสว เหมือนมีมหรสพ แต่ที่จริงแล้วเป็นแสงไฟจากเหมืองที่เข้ามาทำเหมืองแร่ดีบุก ระนองในอดีตเต็มไปด้วยการทำเหมือง ทั้งจากตำบลหาดส้มแป้น ตำบลหงาว ตำบลบางริ้น ในตำบลบางริ้น มีคลองขนาดใหญ่ เรียกว่าคลองบางริ้น เป็นคลองน้ำโบราญ ที่รับน้ำจากภูเขาด้านบน การทำเหมืองแร่ดีบุกจะต้องมีน้ำสำหรับฉีดแร่ ทำธารแร่ ดังนั้นที่ตรงไหนมีเหมือง ก็จะขุดบึงขนาดใหญ่ไว้เก็บน้ำ เรียกกันว่า "ขุมเหมือง"
27 คลองบางริ้น เป็นคลองขนาดใหญ่ น้ำในคลองเป็นธารน้ำแร่ อันเกิดจากการทำเหมืองด้านบนของ ตำบลหาดส้มแป้น  น้ำในคลองใสสะอาด ทิวทัศน์ สองฝั่งคลองเหนือขึ้นไป เป้นต้นไม้ปกครุมสวยงาม ชาวบ้านตั้งบ้านเรือนเรียงรายไม่มาก เทศบาลได้จัดทำฝายกั้นน้ำเพื่อเป็นการชลอน้ำลงสู่ทะเล และกักน้ำให้มีน้ำในหน้าแล้ง ถัดลงมาด้านล่างน้ำไหลออกสู่ทะเล ระหว่างคลองมี สะพานเชื่อมคลอง เป็นถนนเพชรเกษมพาดผ่าน  ด้วยความที่เป็นคลองขนาดใหญ่ อยู่ในตัวเมือง น้ำในคลองไม่ไหลเชี่ยวมากนัก เทศบาลตำบลบางริ้น จึงจัดกิจกรรม "การแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ในคลองน้ำแร่" เพื่อให้ชุมชนได้อนุรักษ์ประเพณี การต่อเรือยาว ฟื้นฟูงานฝีมือของช่าง โดยได้รับอิทธิพลการต่อเรือการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง จากอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยว
33
การแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ในคลองน้ำแร่ ของระนอง จัดมา 2ปี ติดต่อกันมา สำหรับปีนี้ 2554เป็น ครั้งที่ 3 เทศบาลบางริ้น โดยนายกเทศมนตรี หนุ่มไฟแรง มีความมุ่งมั่นพัฒนาท้องถิ่น ต้องการพัฒนาให้ตำบลบางริ้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของระนอง มองเห็นคุณค่าของทรัพยากรและศักยภาพ ของบางริ้น จึงจัดให้มีการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธงขึ้น
DSC02090
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เทศบาลบางริ้น จังหวัด ระนอง ร่วมจัดการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา ระหว่างวันที่ 15 - 23 พฤศจิกายน 2554 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ คลองบางริ้น
51
ความสนุกสนาน สำหรับการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง อยู่ที่กองเชียร์สองฝั่งคลอง การฝึกซ้อมเป็นเวลาแรมปี ของแต่ละทีม สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ เทศบาลบางริ้นระดมผู้สมัครเข้าแข่งขันจากหลายจังหวัด ใกล้เคียงเข้ามาร่วมแข่งขัน แต่ละทีม ประดับประดาเรือ และธงของทีมสวยงาม ในภาคกลางคืนมีมหรสพมากมาย
DSC02201
การแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง จะเริ่มแข่งขัน ในวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2554 โดยมีการถ่ายทอดสดในวันที่ 20พฤศจิกายน 2554 รายละเอียดการแข่งขัน สอบถามได้ที่เทศบาลตำบลบางริ้น 0872756108
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมงานแข่งเรือยาวขึ้นโขนชิงธงครั้งนี้ 15-23 พฤศจิกายน 2554 เรามีแพ็คเก็จ 2 วัน 1 คืน อาหาร 4 มื้อ พร้อมที่พัก รถนำเที่ยว ไกด์ตลอดรายการ ท่านละ 1,800 บาท ติดต่อ 0813730505 www.jansomhotsparanong.net

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กิจกรรม ไหว้พระ ในจังหวัดระนอง

เมื่อมาเยี่ยมเยือนเมืองระนอง นักท่องเที่ยวบางท่านต้องการไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธ์ในเมืองระนอง สำหรับจังหวัดระนอง มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์น่ากราบไหว้เคารพบูชา ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ท่านและครอบครัว อันเนื่องมาจากชาวระนองพื้นเพดั้งเดิมเป็นคนจีน ก็จะมีสถานที่แบบจีนให้ไหว้ก็หลายแห่ง

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองระนอง ถือเป็นหน้าตาและแหล่งท่องเที่ยวเมืองระนอง

ศาลหลักเมืองระนอง ตั้งอยู่บนถนนเพิ่มผล ตรงข้ามกับสำนักงานเทศบาลเมืองระนอง โดยศาลหลักเมืองแห่งนี้ มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๓๓ และมีการบวงสรวงทุกปี ในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ของทุกปี จะมีการบวงสรวงโดยพรามณ์ จากสำนักพระราชวังเป็นผู้ประกอบพิธี ซึ่งในแต่ละปีมีประชาชน และนักท่องเที่ยวตั้งใจเดินทางมาบูชาอธิษฐานขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัว
อนุสาวรีย์เจ้าเมืองระนอง พระยาดำรงสุริตั้งอยู่บนถนนเพิ่มผล โดยได้นำรูปปั้นมาประดิษฐาน เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2543 สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี เจ้าเมืองระนองคนแรก  เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมือง และท้องถิ่น รวมถึงเป็นที่น่าสนใจในความป็นมาของระนอง อันเกิดจากต้นตระกูล ณ.ระนอง ด้านข้างถัดจากอนุสาวรีย์เป็นคลองหาดส้มแป้น ด้านหลังติดสวนสาธารณะ ด้านหน้าเป็นศาลหลักเมืองระนอง
หอพระเก้าเกจิ ระนอง ตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังรัตนรังสรรค์ สร้างเมือปี พ.ศ.๒๕๒๕ ซึ่งเป็นปีเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ ๒๐๐ ปี  โดยเป็นหอที่ประดิษฐานรูปเหมือนของพระเกจิอาจาร์ยชื่อดังภาคใต้ ได้แก่ หลวงพ่อจันทร์ หลวงปู่ทวด หลวงพ่อนุ้ย หลวงพ่อรื่น หลวงพ่อเบี้ยว หลวงพ่อติ้ว หลวงพ่อลอย หลวงพ่อน้อย และหลวงพ่อบรรณ ซึ่งถือเป็นสถานศักด์สิทธิ์ อีกแห่งหนึ่งซึ่งชาวระนอง รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศนิยมมาสักการะบูชา
เจดีย์ดาทุ  เจดีย์ศิลปะแบบพม่าอายุกว่า 70 ปี และภายในมณฑปของพระอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ และมีพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องลวดลายงดงามมาก ตั้งอยู่บนถนนชาติเฉลิม เป็นวัดแรกของจังหวัดระนองอายุกว่า 100 ปีสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5
จวนเจ้าเมืองระนอง เป็นจวนของเจ้าเมืองระนองคนแรก คือ พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี หรือท่านคอซูเจียง เป็นแหล่งโบราณสถานแห่งหนึ่งที่สำคัญของระนอง ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ เส้นถนนเรืองราษฏร์ ตัดเข้าถนนกิจผดุง ใกล้กับตลาดเช้า หรือชาวบ้านเรียกว่าตลาดสะพานยูง

ไหว้พระเกจิดังระนอง

วัดบางนอน       "หลวงพ่อด่วน ถามวโร" อดีตเจ้าอาวาสวัดวารีบรรพต (วัดบางนอน) อ.เมือง จ.ระนอง พระสงฆ์ผู้สร้างปาฏิหาริย์เหนือคำบรรยาย เมื่อกายสังขารของท่านเผาไม่ไหม้ ในวันพระราชทานเพลิงศพจนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ท่านเป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน วัดช้างให้ รุ่นแรก ปี 2497      และสร้างตำานานพระหลวงปู่ทวด วัดบางนอน จนดังกระฉ่อนไปด้วยประสบการณ์ความเข้มขลังลวงพ่อด่วนวัดบางนอน
วัดหน้าเมือง  " หลวงพ่อติ้ว" หลวงพ่อติ้ว สุวณโณ เจ้าอาวาสองค์ที่ ๔ ของวัดสุวรรณคีรีวิหาร  เป็นพระเกจิผู้ทรงคุณมากและเป็นหมอยา ปฏิบัติในพระธรรมวินัยเคร่งครัดมาก ชาวระนองให้ความเคารพนับถือ และมากราบไหว้ขอพรในเรื่องของสุขภาพ เรื่องราวของท่านน่าสนใจมาก เชื่อกันว่าท่านเลี้ยงเสือเหมือนเลี้ยงแมว
วัดหาดส้มแป้น หลวงพ่อสงฆ์ เป็นเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาก เป็นที่เคารพสัการะของชาวเหมืองหาดส้มแป้น ชำนาญเรื่องยารักษาโรคและสมุนไพรต่างต่าง  สำหรับวัดนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของระนอง
วัดด่าน (วัดอุปนันทาราม)  "หลวงพ่อบรรณ"พระครูศีลพงษ์คณารักษ์ (บรรณ พุทฺธสโ ร) (พ.ศ. ๒๔๓๖ - พ.ศ. ๒๔๖๓) เจ้าอาวาสรูปแรก,เจ้าคณะจังหวัดระนองรูปแรก   หลวงพ่อบรรณได้นำความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาทั้งวัฒนธรรมไทยมาเผยแพร่ให้ชาวระนอง ในครั้งนั้นให้รู้จักและถือปฎิบัติ ทั้งนี้เนื่องจากว่าในห้วงเวลานั้น ระนองเป็นจังหวัดที่ตั้งขึ้นใหม่ ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ผู้สำเร็จราชการเมืองระนองพาเข้ามาเพื่อทำเหมืองแร่ ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือ และเลื่อมใสศรัทธาของชาวไทยและชาวจีนในจังหวัดระนอง ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นเจ้าคณะจังหวัดได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นเกจิอาจารย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามยังมาบนบานเมื่อมีภัย วัดด่านเป็นที่บรรพชาของสามเณรปั่น เสน่ห์เจริญ ภายหลังเป็นพระพรหมมังคลาจารย์ (หลวงพ่อปัญญานันทะ) ท่านมักปรารภเสมอเมื่อมาระนองว่า "ที่นี่เป็นที่เกิดของฉัน ถ้าไม่มีวัดนี้ป่านนี้ชีวิตฉันไม่รู้จะเป็นอย่างไร
วัดบ่อน้ำร้อน (วัดตโปทาราม) สำหรับวัดนี้ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะรักษะวาริน วัดนี้มีน้ำร้อนสำหรับบริการนักท่องเที่ยว สำหรับพระที่ควรกราบไหว้ คือพระสังคจาย ตั้งอยู่บนเขา สวนสาธารณะรักษะวาริน
วัดนกงาง พระครูอุดมคุณาจารย์ (รื่น คัมภีโร)  อดีตเจ้าอาวาสวัดนกงาง ท่านเกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๔ ที่บ้านน้ำจืด อำเภอกระบุรี อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๒ ที่วัดศิลาลาย อำเภอบกเบี้ยน จังหวัดมะริด ประเทศพม่า ท่านได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ในระยะ ๓ - ๔ ปีแรก เพราะวัดอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ท่านมุ่งเน้นไปในทางปฎิบัติ ภายหลังได้ย้ายมาศึกษาปฎิบัติธรรมที่วัดสุวรรณคีรี จังหวัดระนอง
วัดจันทาราม  หลวงพ่อจันทร์ เดิมท่านเป็นพระภิกษุชาวพม่า จำพรรษาอยู่ที่วัดขี้ไฟ (เถ้า) ในประเทศพม่า ต่อมาพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ฯ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เมื่อครั้งเป็นที่พระยาอัษฎงคตทิศรักษา เจ้าเมืองกระบุรี มีความเลื่อมใสศรัทธาได้นิมนต์ท่านมาตั้งสำนักสงฆ์อยู่ในตำบลน้ำจืด เมืองกระบุรี โดยสร้างวัดประทุมธาราเทพนิมิตร ต่อมาได้พัฒนาขึ้นเป็นวัดอย่างสมบูรณ์ หลวงพ่อจันทร์เป็นพระภิกษุที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย สันโดษและมีเมตตาธรรมสูง ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดประทุมธารา ฯ อยู่ถึง ๒๒ พรรษา มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๕ อายุได้ ๘๐ ปีเศษ บรรดาผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาจึงได้เปลี่ยนชื่อวัด เพื่อเป็นเกียรติและอนุสรณ์แก่ท่านว่า วัดจันทาราม ชาวบ้านเรียกว่า วัดน้ำจืด
สำนักสงฆ์สามัคคีธรรม  หลวงพ่อเบี้ยว อุปกิจโจ  เกิดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๑  ที่ตำบลบ้านทุ่ง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎรธานี อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๖  ณ วัดวังตะวันตก อำเภอเมือง ฯ แล้วได้ไปจำพรรษาตามที่ต่าง ๆ ครั้งสุดท้ายจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์สามัคคีธรรม ตำบลกะเปอร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘ เมื่อได้มาจำพรรษาที่สำนักสงฆ์สามัคคีธรรม ท่านก็ได้พัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้เรื่อยมา โดยได้ขอบริจาคที่ดินเพิ่มอีก ๑๐ ไร่เศษ จากเดิมที่มีอยู่เพียง ๓ ไร่เศษ เริ่มขออนุญาติสร้างวัดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๓ และสร้างอุโบสถ พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองสืบมา และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ.๒๕๑๓  ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดธรรมาวุธาราม ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หลวงพ่อเบี้ยวได้ปกครองคณะสงฆ์โดยสามัคคีธรรม อบรมผู้ที่เข้ามาบวชเรียนด้วยความรัก ความเมตตา ให้ผู้ที่มาบวชเรียน มีความรู้ในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดีท่านได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗  ที่วัดธรรมาวุธาราม ท่านนับเป็นเกจิอาจารย์รูปหนึ่งที่ชาวระนองเลื่อมใสศรัทธา

ไหว้พระเทพเจ้าจีน

ศาลเจ้าพงไล้ ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือสะพานปลา ประกอบด้วยเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน
ศาลเจ้าต่ายแต้เอี๋ย นับเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ของเมืองระนอง ตั้งอยู่บนถนนเรืองราษฎ์ ในตัวเมืองระนอง
สำหรับการไหว้พระขอพรเมื่อมาถึงระนอง ยังมีเรื่องราวน่าสนใจ และน่าติดตามอีกมากมาย เป็นประเพณีจีน ไทย ผสมกันไป
สนใจข้อมูลสอบถามรายละเอียดข้อมูลท่องเที่ยวได้ www.ranongtour.com

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เกาะช้าง

เกาะช้าง

เกาะช้าง

ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะพยาม อยู่ห่างจากเกาะพยามประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นเกาะขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 80 ครอบครัว ซึ่งอพยพมาจากเกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และจังหวัดอื่น ๆ ทางภาคกลาง กว่า 30 ปีมาแล้ว ด้านทิศตะวันออกของเกาะไม่มีหาดทราย แต่มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนและมีชาวเล เผ่ามอแกน มาอาศัยอยู่เป็นบางครั้ง

นอกจากนั้นเกาะช้าง ยังเป็นแหล่งปลูกกาหยู (เม็ดมะม่วงหิมพานต์) พันธุ์พื้นเมืองที่ดีที่สุดของประเทศแห่งหนึ่ง และมีศูนย์แปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ของกลุ่มแม่บ้านเกาะช้าง ซึ่งจะผลิตไวน์จากผลกาหยู การแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์อีกด้วย

กิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวบนเกาะช้าง ได้แก่

การเดินออกกำลังกายไปจุดชมวิวของเกาะช้าง ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง เสียค่าคนนำทาง คนละ 100 บาท สำหรับหมู่คณะ 10 คน ราคา 300 บาท

การตกปลา เกาะช้างเป็นแหล่งปลาชุกชม เช่น ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาหม้อแตก ปลาอินทรี และเกาะเกียงใกล้ ๆ กับเกาะช้างก็มีปลาชุกชุมเช่นกัน อาทิ ปลาสากเหลือง ปลาสากดำ ปลาสละ ปลากะมง เป็นต้น นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือเพื่อตกปลาแบบใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง คนละ 200 บาท หรือแบบไปเย็นกลับเช้า คนละ 500 บาทได้จากชาวบ้านบนเกาะ

การขี่จักรยานเสือภูเขา ผ่านสวนกาหยู สวนยางที่ร่มรื่น ป่าชายเลน ชมปูหลากสีนานาชนิด

การดูนก มีนกมากมายหลายชนิดที่เกาะช้าง โดยเฉพาะนกเงือก เป็นนกเงือกพันธุ์เล็ก เรียกว่า “นกแก๊ก” และชาวบ้านบนเกาะช้างจะไม่จับหรือยิงนกเงือก ทำให้นกเงือกบนเกาะคุ้นเคยและไม่กลัวคน สามารถหาดูได้ง่าย ยกเว้นเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่นกเงือกสร้างรังเลี้ยงลูก

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

อุทยานแห่งชาติแหลมสน

อุทยานแห่งชาติแหลมสน

ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2526 มีเนื้อที่ทั้งหมด 196,875 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ริมทะเลตั้งแต่ ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง ลงไปทางใต้ ผ่านตำบล.ม่วงกลาง ตำบลกะเปอร์ ตำบลบางหัน ตำบลนาคา อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง เลยไปถึง ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา และครอบคลุมถึงเกาะต่างๆ ในทะเลอันดามันคือ เกาะค้างคาว หมู่เกาะกำ สำหรับที่ทำการอุทยานตั้งอยู่ที่หาดบางเบน หมู่ที่ 4 ต.ม่วงกลาง ห่างจากจังหวัดระนองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ระยะทาง 45 กิโลเมตร และห่างจาก อำเภอกะเปอร์  6 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 657 จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังประมาณ 10 กิโลเมตร

อุทยานมีภูมิอากาศสองแบบคือ ฤดูฝนซึ่งมีฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน และฤดูร้อนระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน
อุทยาน มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ได้แก่

หาดบางเบน  เป็นหาดทรายยาวและกว้างใหญ่  มีทรายละเอียด ร่มรื่นด้วยป่าสนธรรมชาติ บริเวณชายหาดจะมองเห็นเกาะแก่งในทะเลได้อย่างสวยงาม และเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน

หาดแหลมสน  อยู่ถัดจากหาดบางเบนประมาณ 4 กิโลเมตร มีหาดทรายขาวสะอาด และเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด เหมาะสำหรับไปตั้งแค้มป์ดูนก

หาดประพาส หรือหาดหินทุ่ง  ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลกำพวน จากเขตเทศบาลเมืองระนองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ประมาณ 90 กิโลเมตร หรือจากอำเภอกะเปอร์ราว 30 กิโลเมตร ถึงหลักกิโลเมตรที่ 702 แล้วแยกขวาไปตามถนนลูกรังอีกราว 3 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานริมหาดประพาส หาดประพาสเป็นชายหาดใหญ่ มีทิวสนร่มรื่นเช่นเดียวกับหาดบางเบน

เกาะค้างคาว  เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวละเอียด ด้านเหนือของเกาะเป็นหาดหินงาม มีหินทรงกลมมนเรียงรายอยู่เต็มหาดไปหมด จากหาดบางเบนนั่งเรือไปเกาะค้างคาวใช้เวลาประมาณ 40 นาที

เกาะกำตก หรือเกาะอ่าวเขาควาย  มีอ่าวที่โค้งเกือบเป็นรูปกลม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว จากเกาะค้างคาวนั่งเรือไปเกาะกำตกใช้เวลาประมาณ 20 นาที

เกาะกำใหญ่  เป็นเกาะที่สวยงาม มีหาดทรายขาวอยู่เกือบรอบเกาะ อยู่ห่างจากหาดบางเบน โดยนั่งเรือออกไปประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

เกาะกำนุ้ย  อยู่ใกล้กับเกาะกำใหญ่ มีหาดทรายเพียงด้านเดียว ประกอบด้วยเกาะบริวารอีกหลายเกาะ

อุทยานแห่งชาติแหลมสน มีบ้านพักและร้านอาหารบริการสำหรับนักท่องเที่ยว  สอบถามรายละเอียดได้ที่ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2561 4292-3 ต่อ 724-725 หรือหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน หาดบางเบน ตำบลม่วงกลาง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง
หมายเหตุ : หมู่เกาะกำ ปิดให้บริการระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม - 15 พฤศจิกายน ของทุกปี

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2554

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา ระนอง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา ระนอง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา
จากอำเภอกะเปอร์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ทางไปพังงา) ประมาณ 25 กิโลเมตร ถึงหลักกิโลเมตรที่ 685-686 เลี้ยวซ้ายตามป้ายอีก 200 เมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา พื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์และมีน้ำตกสวยงามคือ น้ำตกพันเมตร

แต่ที่น่าสนใจ คือเป็นที่มาของการล่องแพพลับพลึงธาร สนับสนุนให้มีการรักษาพันธ์ไม้ป่า  อนุรักษ์ดอกพลับพลึงธาร จึงเกิดชุมชนซึ่งช่วยกันอนุรักษ์สายน้ำและป่า รวมถึงดอกพลับพลึงธาร ที่เป็นมหัศจรรย์ของระนอง

125

มีลักกษณะคล้ายดอกพลับพลึงบก แต่ขึ้นในน้ำ ดอกมีสีขาว เป็นกลีบเล็กๆ ตรงกลางมีเกสรยาวสีดำเป็นเส้นเล็กๆ ขึ้นรวมตัวเป็นกอ ผุดขึ้นเต็มตลอง  มีทั้งขณะตูมและบาน

122

ลำต้นมีใบเป็นเส้นแบนสีเขียวยาวมาก ตลอดลำคลองนาคา นักท่องเที่ยวสามารถล่อองแพชมความงามของพลับพลึงธารที่ระนองได้อย่างสนุกสนานเร้าใจ  สายน้ำที่ใสสะอาดเย็นเฉียบ รอบข้างเป็นบรรยากาศธรรมชาติ

032

พอล่องแพออกไปได้สักพัก อดใจไม่ไหว ต้องถาโถมกระโดดลงไปว่ายน้ำเล่น และเอามือเกาะแพยางให้แพลากจูงเราไป น้ำสะอาดและใสบางช่วงน้ำจะไหลแรง บางช่วงนิ่ง ช่วงจังหวะน้ำไหลแรง น้ำจะตื้นแต่แรงน้ำฉุดให้แพล่องไปอย่างรวดเร็ว สร้างความหวาดเสียวและตื่นเต้น บางช่วงน้ำตื้นจนต้องช่วยกันเขย่าแพให้แพเคลื่อนตัว

130

ความมหัศจรรย์ของระนอง นอกจากเรามีน้ำแร่ร้อนธรรมชาติแล้วเรายังมีธรรมชาติที่งดงามหาดูได้ยาก สำหรับผู้ที่สนใจจะล่องแพติดต่อ แพ็คเก็จล่องแพพลับพลึงธารกับโรงแรมจันทร์สมฮอทสปาระนอง ที่นี่มีบริการทริปล่องแพพลับพลึงธาร 3วัน2คืน พร้อมที่พัก อาหารทุกมื้อ ที่สุดยอดคือได้อาบน้ำแร่ธรรมชาติจริงจริง หรือเป็นเดย์ทริปก็มี เมื่อล่องแพมาได้สักระยะก็จะเจอ แหล่งพลับพลึงธาร

Picture 188

สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา ไม่ได้เปิดให้ท่องเที่ยวเหมือนอุทยานแห่งชาติ การทัศนศึกษาจะต้องทำจดหมายขออนุญาตเข้าพักแรมในพื้นที่ ถึงผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0 2579 9446 และเมื่อได้รับจดหมายตอบอนุมัติ จากนั้นนำจดหมายแสดงต่อเจ้าหน้าที่ประจำที่ป่าคลองนาคา ควรติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน

สนใจติดต่อล่องแพพลับพลึงธาร 0813730505

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

ระนอง ศิลาสลักพระปรมาภิไธย

เป็นสถานที่สำคัญด่านแรกของจังหวัดระนอง ตามเส้นทางจากกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในเขตตำบลปากจั่น (ตรงข้ามโรงเรียนบ้าน จปร.) กิโลเมตรที่ 525 ซึ่งเป็นเขตแดนระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร ห่างจากตัวเมืองระนอง 86 กิโลเมตร อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของ “หินสลักพระปรมาภิไธย จปร.” ของรัชกาลที่ 5 ที่ได้ทรงจารึกไว้ ครั้งที่พระองค์ทรงเสด็จประพาส โดยขบวนช้างและม้าจากจังหวัดชุมพร มาประทับแรมคืนที่พลับพลาดอนวังทู้หมู่ที่ 1 ตำบลปากจั่น เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2433 และหินสลักพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และ สก. ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ รวมทั้งพระนามาภิไธยย่อ สธ. ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้ทรงจารึกไว้ครั้งที่เสด็จประพาสจากชุมพรโดยรถยนต์มาทรงเยี่ยมประชาชน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2502

ศิลาจารีกสลักปรมาภิไธย ย่อ จปร. ตั้งอยู่ติดกับเส้นแบ่งเขตระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนิน ประพาสทางบก ทางเรือ รอบแหลมมลายู พ.ศ.2433 ตรงกับ ร.ศ.109 และในคราวนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินจากเมืองชุมพร มาเมืองกระ(กระบุรี) เพื่อตรวจราชการแผ่นดิน และความเป็นอยู่ของราษฎร เมื่อเสด็จมาถึงแนวเขตแดนระหว่างจังหวัดชุมพร และระนอง พระองค์ได้ทรงสลักพระปรมาภิไธยย่อ จปร.ไว้บนก้อนศิลา ดังในพระราชนิพนธ์ความว่า

"ในกลางที่แจ้งนี้เป็น "ตร่อน้ำแบ่ง" มีศิลาก้อนใหญ่จมดินครึ่งหนึ่งมีก้อนเล็กซ้อน ซึ่งเห็นจะเป้น หินลอยทั้งสองก้อน ให้เขามาหาไว้จะจารึกเห็นก้อนใหญ่จะศูนย์ยากกว่า จึงให้กลิ้งก้อนเล้กลงเสีย ให้กรมสรรพสิทธิ์เขียน จปร. อย่างอัฐ กับกรมสมมตเขียน 109 มอบเครื่องมือให้ผู้ช่วยเมืองไชยาอยู่เราะให้ แล้วรอเขียนอยู่ 7มินิต"
www.ranongtour.com

รัชกาลที่5เสด็จประพาสแหลมมลายู รศ109

ถึงพ.ศ. 2433 (ร.ศ.109) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเลียบแหลมมลายู ระยะทางที่เสด็จไปครั้งนั้น ทรงเรือสุริยมณฑล (ลำแรก) เป็นเรือพระที่นั่งไปจากกรุงเทพ แล้วทรางช้างพระที่นั่งเสด็จทางสถลมารคจากเมืองชุมพร ข้ามแหลมมลายูไปลงเรือที่เมืองตระบุรี เรือพระที่นั่งอุบลบุรทิศออกไปคอยรับเสด็จอยู่ที่เมืองระนอง เสด็จตรวจหัวเมืองในพระราชอาณาเขต แล้วผ่านไปในเมืองมลายูของอังกฤษ ประทับที่เมืองเกาะหมาก เมืองสิงค์โปร์ ขาเสด็จกลับเสด็จทอดพระเนตรหัวเมืองมลายูและหัวเมืองไทยทางปักษ์ใต้ตลอดมา ในตราวเสด็จเลียบมณฑลครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องระยะทาง เป็นพระราชเลขาพระราชทานมาถึงเสนาบดีซึ่งรักษาพระนคร(หอสมุด ได้รวมพระราชหัตถเลขาคราวนั้นเข้าเป้นหนังสือ เสด็จประพาสแหลมมลายู พิมพ์เมื่อพ.ศ.2465 ) ในพระราชหัตถเลขาทรงพรรณาและพระราชทานพระบรมราชาธิบายว่าด้วยเมืองระนองในสมัยเมื่อเสด็จในครั้งนั้น เป็นเรื่องตำนานถ้วนถี่พิศดาร (อนุสาวรีย์พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง)เจ้าเมืองระนอง,ปราโมทย์- สุวรรณี ณ.ระนอง)

พระราชนิพนธ์ว่าด้วยเมืองระนอง เล่าถึงการเสด็จตั้งแต่โดยขบวนช้างและม้าจากจังหวัดชุมพร มาประทับแรมคืนที่พลับพลาดอนวังทู้หมู่ที่ 1 ตำบลปากจั่น เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2433 จนกระทั่ง วันที่ 27 เมษายน เวลา 11 ทุ่ม ออกเรือเดินทางช่องว่างระหว่างเกาะเสียงไห(สินไห)และเกาะช้าง ในแผนที่ เขียนว่าแสดดัลไอส์แลนด์ ในแต่ละวันทรงบันทึกเล่าเรื่องระนอง ไว้อย่างละเอียด 

www.ranongtour.com

www.jansomhotspa.blogspot.cm

www.jansomhotsparanong.net

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

Rattana rungsan Palace in Ranong พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

181249_552000015488301

Palace Rattana create (model) is a palace that was built to commemorate the royal residence of the monarch Ranong 3 He and His Majesty King Rama V King Rama 5 (2433) His Majesty King Rama VI. Reign 6 (BE 2452) and King Rama VII, 7 (December 2471) and the main attractions of the province of Ranong.Development located on the hillside to create. (Near City Hall County) District to house. A palace made of teak wood and Hopea.


พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง) เป็นพระราชวังที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมจังหวัดระนองของพระมหากษัตริย์ ๓ พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๓๓) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ (พ.ศ.๒๔๕๒) และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ (พ.ศ.๒๔๗๑) และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดระนอง ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขารัตนรังสรรค์ (ใกล้ศาลากลางจังหวัดระนอง) ตำบลเขานิเวศน์ เป็นพระราชวังที่ทำด้วยไม้สักและไม้ตะเคียนทอง 
www.ranongtour.com
www.jansomhotsparanong.net
www.jansomhotspa.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

Ranong chicken rice (ข้าวมันไก่)

ใครมาระนองต้องมาเที่ยวชมพระราชวังรัตนรังสรร เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก จำลองพระที่นั่งเดิมที่สร้างถวายรัชกาลที่ 5 บนเขานิเวศน์ เมื่องครั้งเสด็จประพาสเมืองระนอง หน้าพระราชวัง มีร้านข้าวมันไก่ ตั้งอยู่ ชาวระนองขานว่า "ข้าวมันไก่หน้าวัง" ชมพระที่นั่งแล้วลองมาชิมดู  ร้านนี้บุคลิกเจ้าของร้านเป็นผู้หญิงเก่ง สับเก่ง  ลองมาแวะชิม
IMG_3386 IMG_3387
IMG_3383
เนื้อไก่ขาวนิ่มอร่อยมาก ข้าวมันหอมสะอาด ตามด้วยน้ำจิ้มขิงซอย รดชาดน้ำจิ้มโบราญมาก มีหมูกรอบด้วย เวลาเข้าไปทาน เจ้แกจะตั้งหน้าตั้งตาสับ กินจานเดียวไม่พอต้องเพิ่มอีกสักจาน เนื้อไก่จะไม่มันและไม่แห้งติดคอเกินไป แถมซุปถ้วยร้อนอีกคนละถ้วย
IMG_3397 IMG_3396
  สำหรับผู้ชื่นชอบศิลปะ ระหว่างรอเจ้สับไก่ ก็ดูการ์ตูนกันไปเพลินเพลิน การ์ตูนวาดได้ดีมาก หาคนวาดการ์ตูนแบบนี้คงไม่มีแล้ว ภาพแต่ละภาพให้สีสดใสงดงาม
IMG_3384 IMG_3385
 IMG_3390 IMG_3388
  IMG_3393
คนเขียนอยู่ในภาพลองสืบหาดู
www.ranongtour.com
www.jansomhotsparanong.net
www.jansomhotspa.blogspot.com

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

ปลาระนอง

เห็นรูปภาพ จากช่างภาพฝีมือดี (http://www.facebook.com/jay.ranong) มองปลา ปลาอะไรใหญ่อย่างนี้  แล้วอยู่ที่ไหนสวยดี  ภาพได้สัดส่วนสวยงาม มองแล้ว มองอีก สวยมาก น่าไปเที่ยวจังเลย ตั้งใจจะถาม ช่างภาพหล่อ (Je Photo) ว่าถ่ายจากที่ไหน สุดท้ายก็ wow !!wow !! ระนอง เมืองน้ำแร่ของเรานี่เอง
ปลา เจ
ท่าเที่ยบเรือสพานปลาระนอง เป็นวงเวียนน้ำพุ สัญญลักษณ์ ท่าเที่ยบเรือสพานปลาระนอง บอกให้โลกรู้เลยว่า ระนองเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ในด้านอาหารทะเล บริเวณนี้จะเป็นท่าเรือประมงของเอกชน ซึ่งจะมีการซื้อขายปลา คือตลาดปลาของระนองนั่นเอง นอกจากนี้ ใครที่มีทริปจะเดินทางไปเที่ยวเกาะสองพม่า ก็จะต้องผ่านพิธีการขึ้นเรือที่นี่
ถ้าเดินทางมาถึงบริเวณนี้ ก็จะพบเห็นชีวิตชาวบ้านซื้อขายปลา เรือประมงจับปลาเข้าเทียบท่า ผู้คนเยอะแยะมาก ปลาระนองส่วนใหญ่เป็นปลาน้ำลึก ซึ่งหากินได้ยาก เช่น ปลาเก๋ากะพง ปลาเต๋าเต็ย ปลาจาระเม็ดดำ  เป็นปลาราคาแพง  ปลาอินทรีย์ ปลาสาก ปลาแดง ปลาใบขนุน ปลาทู รวมถึงปลาทูน่า ปูม้า กู้งแชบ็วย ก็จะมีพ่อค้าปลาทั้งคนไทยและมาเลเซีย เข้ามาประมูลเพื่อขายส่งต่อไป
การค้าชายแดนระหว่างไทยพม่า ในลักษณะกองทัพมด ก็ผ่านเข้าออกทางด้านนี้ พม่าก็เข้ามาจับจ่ายซื้อของใช้จำเป็น แล้วก็นั้งเรือกลับ ไปเกาะสอง
ยังมีที่ขาดไม่ได้   การมาแสต็มต่อvisaของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ข้ามไปต่อวีซ่าที่ฝั่งพม่าท่าเรือนี้สนุกสนานน่าดู ไทย จีน ฝรั่ง พม่า เกาหลี มาเลย์     ชาวพม่าเดินทางมาระนอง เหมือนกับมาบ้านของเขา เหมือนมาตลาด แล้วซื้อของกลับบ้าน บางทีซื้อไก่เป็นเป็นกลับพม่า  ดูโกลาหลแต่สนุก ชาวเรือก็ใจดี เข้ามาถามไถ่ไปไหนครับ เกาะแก่งระนอง ก็ใช้ท่าเรือนี้ เช่นเกาะสินไห เกาะเหลา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทำกะปิ ใครที่คิดว่าระนองไม่มีที่เที่ยว เปลี่ยนความคิดไหมได้เลย ทริประนองมากมายสนุกสนาน คุ้มค่า        เดี๋ยวฝากมือโปรhttp://www.facebook.com/jay.ranong ไปเก็บภาพ   มาให้ดู ใครมาระนองอย่าลืมแวะเวียนไปถ่ายรูปเท่ เท่กับ ปลาระนอง

ขอขอบคุณ ช่างภาพของเรา K.Je Photo (http://www.facebook.com/jay.ranong ) (http://www.ranongfotoclub.com/smf/index.php)
P.S ใครมาเที่ยวระนอง หรืออยู่ระนอง เห็นมุมแปลก ถ่ายภาพมาอวดกันได้ที่ Ranong Forum 
www.ranongtour.com
www.jansomhotspa.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

Ranong Tour Forum

ranong forumb11
ช่วยกันเล่าเรื่อง เมืองระนอง ความประทับใจ อาหารที่ไหนอร่อย ของดีเมืองระนอง ทุกคนเขียนได้เลย กิจกรรมท่องเที่ยว หรือ ธุรกิจใดในระนอง ต้องการฝากประชาสัมพันธ์เชิญเลยคะ ***คลิกทีู่รูปภาพ**

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

น้ำแร่ธรรมชาติระนอง

น้ำแร่ธรรมชาติระนอง เป็นน้ำแร่ที่จัดว่ามีคุณสมบัติทางกายภาพสมบูรณ์มาก จังหวัดระนองมีแหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ อยู่หลายแห่งในระนอง สำหรับบ่อน้ำแร่ที่พัฒนาเป็น แหล่งท่องเที่ยว เปิดให้บริการมี 2 แห่ง คือ
แช่เท้า
บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน  ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองระนอง บริหารจัดการโดยเทศบาลเมืองระนอง บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ มีบริการให้แช่น้ำแร่ร้อนทั้งสาธารณะ และเก็บค่าบริการเช่นสยามฮอทสปาระนองเปิดให้บริการสำหรับลูกค้าที่แวะมาเที่ยวบ่อน้ำพุร้อน   สถานที่ตกแต่งสวยงาม สะอาด     ลูกค้าเลือกใช้บริการได้ตามความต้องการ นอกจากนี้เทศบาลเมืองระนองได้บริหารจัดการ ให้ภาคเอกชนสามารถซื้อน้ำแร่จากเทศบาลไปบริการนักท่องเที่ยวได้ โรงแรมจันทร์สม ฮอทสปาระนอง เป็นแห่งหนึ่งแห่งเดียวในระนอง ที่ต่อท่อน้ำแร่ตรงจากบ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน เข้าไปให้บริการทั้งในห้องพัก และสปาแช่น้ำแร่
IMG_8095
บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง ตั้งอยู่ในเขตบางริ้น บริหารจัดการโดยอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรอุทยานเข้าไปแช่ได้เลย ลักษณะเป็นการแช่แบบธรรมชาติ
สำหรับข้อมูลการแช่น้ำแร่ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

  1. จันทร์สม ฮอท สปา ระนอง มีบริการ อะไรบ้าง
  2. ทำไมต้องอาบน้ำแร่ ที่จันทร์สม ฮอทสปาระนอง
  3. โรงแรมจันทร์สม ฮอท สปา มีที่อาบน้ำแร่แบบไหน
  4. ต้องเตรียมตัวอย่างไร ในการอาบน้ำแร่
  5. อาบน้ำแร่แล้วรู้สึกอย่างไร
  6. แช่น้ำแร่ แล้วผิวจะขาวใสหรือเปล่า
  7. น้ำแร่นี้มาจากไหน
  8. แช่น้ำแร่แล้วน้ำหนักลดหรือเปล่า
  9. น้ำแร่โรงแรมจันทร์สม 100 % หรือเปล่า
  10. ลักษณะของบ่อแช่น้ำแร่เป็นอย่างไร
  11. ความสะอาดของน้ำแร่ และบ่อแช่น้ำแร่
  12. ใครแช่น้ำแร่ได้บ้าง
  13. เวลาในการเปิดให้บริการ อาบได้ทั้งวันหรือเปล่า
  14. ราคาในการแช่น้ำแร่ต่อครั้ง คิดอย่างไร
  15. ต้องการอาบน้ำแร่เป็นหมู่คณะทำอย่างไร
  16. มีบริการแพ็คเก็จ แช่น้ำแร่ หรือไม่
www.jansomhotsparanong.net

Photo

I'am on instagram

www.ranongtour.com Tel:0813730505. ขับเคลื่อนโดย Blogger.

 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | hotel in ranong , Ranong the best price